การดูแลหนูแฮมสเตอร์

วัสดุปูพื้นสำหรับเลี้ยงแฮมสเตอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้กันอยู่ก็คือ ขี้กบ
คราวนี้ขอแนะนำวัสดุใหม่ ให้ทดลองนั่นก็คือ corn cob หรือซังข้าวโพด

corn cob คือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการย่อยซังข้าวโพดให้เป็นชิ้นส่วนเล็กๆ นำมาใช้เป็น
วัสดุปูพื้นสำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก  สามารถทดแทนขี้กบได้เนื่องจากมีคุณสมบัติ
ดูดซับความชื้น และกลิ่นได้ดีกว่า  ทำให้ประหยัดเวลา ไม่ต้องเปลี่ยนวัสดุปูพื้นบ่อยๆจากการทดสอบกับแฮมสเตอร์ที่เลี้ยงในร้านแฮมสเตอร์แก๊ง พบว่าใช้ได้นาน
ถึงเกือบ 2 สัปดาห์  ในขณะที่ขี้กบต้องเปลี่ยนทุกๆ 3 วัน

ข้อแนะนำ ถ้าใช้ corn cob ร่วมกับขี้กบ จะเป็นที่ถูกอกถูกใจแฮมฯและเจ้าของมาก
เพราะสังเกตว่าแฮมฯจะใช้ขี้กบเป็นที่หลบซ่อน หลับนอน ขณะที่ใช้ corn cob เป็นที่ขับถ่าย
(ซึ่งเจ้าของสามารถ ช้อนทิ้งเฉพาะที่เปียกเพื่อถนอมส่วนอื่นไว้ให้ใช้ได้นานๆ)ข้อดีของ corn cob คือ อายุใช้งานทนกว่าขี้กบ, ดูดซับกลิ่นและความชื้นได้ดีกว่า
ข้อเสีย  แฮมสเตอร์ไม่สามารถมุดตัวลงไปในกอง corn cob ได้, ราคาต่อหน่วยแพงกว่าขี้กบ

corn cob ยังสามารถใช้ได้ดีกับสัตว์อื่นๆเช่น งู เต่า และสัตว์เลื้อยคลานอีกหลายชนิด
ซื้อได้ที่ร้านแฮมสเตอร์แก๊ง ภายใต้ยี่ห้อ Better cob
 

ลูกแฮมสเตอร์แรกเกิดตัวจะเล็กมาก ผิวหนังสีชมพูไม่มีขน จะยังไม่เห็น ยังไม่ลืมตา หูยังไม่ได้ยิน และจะต้องพึ่งแม่ตลอด ลูก จะกินนมแม่ตามธรรมชาติ? และค่อย ๆ พัฒนา ร่ายกายและอวัยวะต่าง ๆ จนอายุประมาณ 2 สัปดาห์ก็พัฒนาเต็มที่ เราจะหย่านมลูก แฮมสเตอร์ได้อายุประมาณ 1 เดือนขึ้นไป เมื่อลูกแฮมสเตอร์กินอาหารและน้ำได้เองควรแยกลูกตัวใหญ่ที่สุด
ก่อนตามลำดับซึ่งเราควรที่จะแยกลูกแฮมสเตอร์ตามเพศทันทีที่หย่านม

สำหรับการเลี้ยงและดูแลลูกหนูที่เพิ่งเกิด หน้าที่ของเราก็คือดูแม่หนู
เลี้ยงลูกอยู่ห่างๆ ปล่อยให้แม่หนูเลี้ยงและดูแลลูกเอง ระยะเลี้ยงลูกอ่อนควรมี
อาหารและน้ำไม่ให้ขาดแคลนเพราะถ้าขาดอาหารหรือน้ำอาจเป็นสาเหตที่ทำให้
แม่หนููทำร้ายลูกได้? ช่วงนี้เรายังไม่ควรทำความสะอาดกรงหรือเปลี่ยนขี้เลื่อย
อย่างน้อย10วัน และควรจะ ให้แม่แฮมสเตอร์พักผ่อนอย่างน้อย 40วันหลังการคลอด
ก่อนการผสมพันธุ์ครั้งใหม่

การที่เราได้เลี้ยงหนูแฮมสเตอร์เราควรศึกษาอะไรหลายๆอย่างเกี่ยวกับแฮมสเตอร์ให้ดีเสียก่อน เพราะแฮมสเตอร์ก็เป็นสิ่งมีชีวิต

ที่มีการเกิด แก่ เจ็บ ตาย หากเราคิดว่าเราได้ศึกษาจนถี่ถ้วนแล้วว่าเราควรเลี้ยงแฮมสเตอร์อย่างไร เราก็สามารถเลี้ยงแฮมเตอร์ให้มีความ

สุข และปลอดภัยได้

         แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ฟันแทะที่สามารถกินพืชผักอะไรได้มากมายหลายอย่าง แต่เรารู้หรือไม่ว่าแฮมสเตอร์ก็มีอาหารต้องห้ามสำหรับ

เจ้าหนูตัวเล็กๆอย่างมันเหมือนกัน

 สิ่งที่ควรทราบในการให้อาหารแฮมสเตอร์

1. อย่าให้ผักสด หรือผลไม้สดบ่อยๆหรือมากเกินไป การให้ผักสดควรให้แค่สัปดาห์ละครั้งเพราะอาจจะทำให้แฮมสเตอร์ท้องอืด หรือท้องเสียได้และหากมันกินไม่หมดควรจะเก็บทิ้งทันที

2. พยายามอย่าเปลื่ยนอาหารแบบทันทีทันใด ควรจะค่อยๆ เปลื่ยนอาหารโดยเอาอาหารเก่า ผสมกับอาหารใหม่ และเพิ่มอัตราส่วนอาหารใหม่ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนแทนที่อาหารเก่าในที่สุด อย่าเปลื่ยนแบบฉับพลัน

หากเราต้องเดินทาง ถ้าไปเพียงวันหรือสองวันก็อาจให้อาหารและน้ำทิ้งไว้ให้เจ้าตัวน้อย
แต่เราต้องแน่ใจว่าเพียงพอกับเจ้าตัวน้อยของเรา หรือไม่ก็หาคนมาช่วยดูแลจะดีที่สุด
เพื่อความปลอดภัยของเจ้าตัวน้อย แต่ถ้าเราต้องไปหลายวัน และไม่มีใครช่วย
ดูแลเจ้าตัวน้อยของเรา ซึ่งเราอาจต้องพาเจ้าตัวน้อยไปด้วย เราควรเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง ดังนี้1.เจ้าตัวน้อยของเราต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไข้ได้ป่วย

2.กรงที่ใส่เจ้าตัวน้อยเดินทางต้องระบายอากาศได้ดี และแข็งแรง
   เจ้าตัวน้อยไม่สามารถกัดขาอได้

3.ควรมีวัสดุรองพื้นที่มีกลิ่นของเจ้าตัวน้อยเพื่อที่มันจะได้ไม่รู้สึกแปลกถิ่น

4.โปรยอาหารลงในขี้เลื่อย เพื่อให้เจ้าตัวน้อยยุ่งกับการหาอาหาร

5.ควรใส่กระบอกน้ำที่มีปริมาณพอเจ้าตัวน้อยจะได้มีน้ำกิน

6.ควรหลีกเลื่ยงที่ที่มีอุณหภูมิต่างกันมาก เช่น ร้อนจัด หรือเย็นจัด เพระอาจจะทำให้เจ้าตัวน้อย
    ตายได้เนื่องจากร่างกายปลับตัวไม่ทัน 

7.พยายามให้อย่าชนกับสิ่งรอบข้าง

8.อย่าให้คนแปลกหน้าเล่นกับเจ้าน้อยระหว่างเดินทาง เพราะจะทำให้เจ้าตัวน้อยเครียด

9.ควรหลีกเลี่ยงฝุ่นหรือแดด

10.ควรเดินทางตอนเช้าหรือเย็น เพื่อลดความเสี่ยงจากอากาศร้อนจัด

11.อย่าทิ้งเจ้าตัวน้อยไว้ลำพังในที่ที่รถจอดไว้ เพราะอาจทำให้มันร้อนจัดจนตายได้

12.ควรใส่อาหารที่เจ้าตัวน้อยกินเป็นประจำ เพราะมันจะได้ไม่ต้องปรับตัวมาก

 3. อาหารที่ควรหลีกเลื่ยงช็อคโกแลต โดยเฉพาะ Dark Chocolate เพราะมีสาร Theobromine ซึ่งเป็นพิษต่อแฮมสเตอร์ได้

4. หลีกเลื่ยงผักผลไม้ ที่มีรสเปรี้ยวๆ เช่น มะนาว ส้ม สับปะรด เป็นต้น

5. เราอาจจะเสริมโปรตีนให้กับแฮมสเตอร์ได้ โดยการให้อาหารเม็ดของแมวหรืออาหารสุนัขที่เป็น บิสกิต ใส่ลงไปได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งช่วยเสริมโปรตีนและยังช่วยลับฟันแฮมสเตอร์ไม่ให้ยาวเกินไปอีกด้วย

6. อาหารที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแฮมสเตอร์ ได้แก่ หัวหอม มันฝรั่งดิบ กระเทียม น้ำอัดลม ลูกกวาด เป็นต้น

7. หลีกเลี่ยงอาหารที่แหลมคม หรือ เหนียวหนืด

8. ขนมหรืออาหารหวานๆเพราะแฮมสเตอร์แคระมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้

9. หลีกเลี่ยง อาหารเม็ดของกระต่าย เพราะบางชนิดใส่สารอาหารบางอย่างที่ช่วยกระตุ้น การเจริญเติบโตในกระต่าย แต่เป็นอันตรายต่อแฮมสเตอร์

10. หลีกเลี่ยงผักผลไม้ที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเพรา ต้นหอม ผักชี ฯลฯ

ขอขอบคุณ

ที่มา: คำนำ aries-taurus

 




บทความสัตว์เลี้ยง

ราคาสุนัขตามสายพันธุ์
ความรู้ทั่วไปของสุนัข article
การเลือกซื้อแมว article
คำถาม - คำตอบ เกี่ยวกับกระต่าย article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

เดอะเพ็ทแคร์    The Pet Care
77 ถนนประเสริฐมนูกิจ   (แยกเลียบทางด่วน ติดห้างอินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์)
แขวง ลาดพร้าว   เขต ลาดพร้าว     กรุงเทพมหานคร      รหัสไปรษณีย์ : 10230
โทร.   02-5532015   แฟกซ์  02-5532016
Contact Line : 085-4453300    Line ID : dr.thepet
เว็บไซต์ : www.thepet-thai.com